การเคหะฯ ลดค่าเช่าที่อยู่อาศัย 300–500 บาท ทั่วประเทศ 25 โครงการ

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ขานรับนโยบาย “นิกร โสมกลาง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า กคช. ได้ขยายโปรโมชันลดค่าเช่าที่อยู่อาศัยใน 25 โครงการทั่วประเทศ โดยลดค่าเช่า 300–500 บาทต่อหน่วยต่อเดือน จากอัตราปกติ 1,200–2,600 บาทต่อเดือน ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม

สำหรับมาตรการลดค่าเช่า แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ครอบคลุมอาคารเช่าในหลายจังหวัด อาทิ สมุทรสาคร (กระทุ่มแบน 3), ลำปาง, นครสวรรค์, ลพบุรี, ชลบุรี (แหลมฉบัง), มหาสารคาม, สุรินทร์ (สลักได), อุบลราชธานี, อุดรธานี (สามพร้าว), กาญจนบุรี และเพชรบุรี (โพไร่หวาน) ผู้ที่เข้าทำสัญญาเช่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับสิทธิส่วนลดต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2569 รวมโครงการเปิดใหม่ในจังหวัดหนองบัวลำภู และฉะเชิงเทรา (บางปะกง) ที่ได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกัน

ส่วนโครงการที่ได้รับส่วนลด 400 บาทต่อเดือน ได้แก่ อาคารเช่ามาตรฐานรอง เพชรเกษม 91, เพชรเกษม ระยะที่ 2 และอยุธยา 2 ระยะที่ 1 (บ่อโพง) สำหรับผู้ที่ทำสัญญาเช่าภายในช่วงเดือนมกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569

ในส่วนโครงการที่ได้รับส่วนลดสูงสุด 500 บาทต่อเดือน ได้แก่ โครงการพรพระร่วงประสิทธิ์ ระยะที่ 1, นครราชสีมา ระยะที่ 4 และระยะที่ 5 รวมถึงบ้านพักข้าราชการในจังหวัดอ่างทอง, กาญจนบุรี, ระยอง และสุราษฎร์ธานี โดยผู้ที่ทำสัญญาเช่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จะได้รับสิทธิส่วนลดค่าเช่าจนถึงเดือนกันยายน 2569

มาตรการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของการเคหะแห่งชาติในฐานะกลไกหลักของรัฐในการดูแลประชาชนฐานราก มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) และยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความมั่นคงในมิติที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างเป็นระบบ

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 351 7854 และ 02 351 6041 ในวันและเวลาราชการ หรือสอบถามผ่าน Call Center โทร. 1615.